Categories

"บ้านไท-ยวน 18 มิถุนายน 2554"
ในการได้ไปทริปบ้านไท-ยวนในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาผังเมือง และพื้นถิ่น ซึ่งการเดินทางไปนั้นก็
นัดกันแต่เช้าในวันเสาร์ที่ 18 เพื่อนๆก็ทยอยมาขึ้นรถกันเรื่อยๆ เมื่อออกเดินทางระยะทางเหมือนจะสั้นมากๆ
เนื่องจากหลับกันตลอดทาง ตื่นมาก็ถึงเสียแล้ว
เมื่อถึงที่บ้านไท-ยวน พวกเราทุกคนก็ตื่นตาตื่นใจกับสิ่งรอบๆ ลืมความง่วงเมื่อสักครู่กันไปเลย
เมื่อลงจากรถมาแล้วตัวพิพิธภัณฑ์บ้านไท-ยวน กับตัวบ้านของอาจารย์ทรงชัยจะอยู่คนละผั่งกัน
และเราจะเริ่มสำรวจจากฝั่งบ้านของอาจารย์ทรงชัยกันก่อน :D
ก่อนจะเข้าไปในรั้วบ้าน ส่วนหน้ามาจะมีศาลา หรือร้านน้ำ เป็นศาลาหลังเล็กไว้ใช้นั่งพัก
หรือนั่งคอยเจ้าของบ้านเมื่อมา ใต้ศาลาก็จะเป็นบ่อน้ำมีต้นไม้จำนวนมาก ให้ความร่มเย็นแก่ศาลา
พอเดินเข้าไปอีกหน่อยก็จะลอดผ่านซุ้มประตูไม้ แล้วพบกับลานดินกว้าง และรอบๆลานก็จะมีบ้านทรงไทย
ตั้งเด่นอยู่รอบๆ
 
อาจารย์ทรงชัยได้บอกว่า "ตัวบ้านที่ตั้งอยู่เนี่ย เมื่อก่อนไม่ได้ตั้งตรงนี้หรอก
ก็ลองตั้งอยู่หลายที่ ที่เปลี่ยนไปเนี่ยก็เพราะตั้งแล้วมันร้อน ลมไม่ผ่าน"
ซึ่งเป็นการใช้การวิเคราะห์แดด ลม ฝน ที่พวกเราเคยเรียนมาใช้โดยปรับให้
เข้ากับวิถีชาวบ้าน ตัวเรื่อนก็เป็นการประกอบแบบโบราณ ที่ใช้สลักเดือยในการยึด
จึงทำให้การรื้อถอน และตั้งใหม่เป็นไปได้ง่ายขึ้น เมื่อวางแล้วไม่เย็น ไม่สบายตัว
ก็ย้ายเรือน หมุมเรือนกันเมื่อเข้ามาส่วนที่เป็นลานดินกว้างอาจารย์จิ๋ว ก็เรียนให้มา
ฟังเลคเชอร์บริเวณนั้น ถึงแม้จะนั่งไม่ได้ถึงแม้จะแดดแรง แต่ก็ยังไม่รู้สึกร้อน
ทำให้ไม่เบื่อเวลายืนฟัง
ส่วนลานดินนั้นเมื่อฝนตกหน้าดินมันจะเละ อาจารย์ทรงชัยเลยเอาไม้กระดานมาปูให้
ไว้สำหรับใช้เดินแต่อาจารย์ก็ยังยืนยันว่า เดินกับดินยังไงก็ดีกว่า :D
เมื่อเลคเชอร์กันเส็ดแล้วอาจารย์ทรงชัยก็พาไปด้านหลังบ้าน พวกเราก็เดินตามทางไม้
ที่ปูไปเรื่อยๆ ก็เห็นspace ต่างๆ ที่แฝงอยู่กับตัวเรือนบ้าน จากลานมาสู่ศาลาเก็บของ
จนมาหยุดกับซุ้มประตู และสะพานไม้เมื่อข้ามมาแล้วเดินมาอีกหน่อยพวกเราก็ร้องโอ้โห
ขึ้นมาพร้อมๆกัน ด้านหลังบ้านของอาจารย์มีบ่อน้ำขนาดใหญ่มีเรือนหลังขนาดกำลังน่ารัก
ตั้งอยู่รอบๆบ่อ พวกเราก็ไปนั่งเล่น นอนเล่นกันอยู่บริเวณนั้นอยู่พักใหญ่ๆ
บางคนก็เดินสำรวจ และเก็บภาพมุมต่างๆ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ที่นี่เป็นห้องเรียน
ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมากว่าห้องเรียนที่คณะ และทุกๆคนดูสนุกไปกับการสำรวจ
และสัมผัสกับธรรมชาติที่อาจารย์ทรงชั้ยจัดไว้
การที่ได้อ่านเรื่อง เยิรเงาสลัว มาก่อนแล้วทำให้รู้สึกว่า เงากับแสงของที่นี่
นั้นมีความสวยงามมากแสงที่ได้มาจากธรรมชาติ ผ่านหลังคาที่เป็นหญ้าบ้าง
สังกะสีบ้าง ทำให้แสงที่ลอดผ่านมานั้นมีความนุ่มเป็นการช่วยทำให้บริเวณ
นั้นดูสวยมากขึ้น
การมีบ่อน้ำและต้นไม้ก็ทำให้ลมที่พัดผ่านมานั้นเย็นตลอดเวลา น้ำก็น่าเล่นมาก
จึงมีเพื่อนๆบางคนอดใจไม่ไหวโดดลงไปเล่นน้ำให้ชื่นใจ :D
เมื่อออกมาจากบริเวณบ่อน้ำที่เย็นสบายแล้ว เราก็ออกมาทางข้าวกัน
ที่อีกฝั่งของถนน (อร่อยมาก)แล้วก็เริ่มต้นการสำรวจอีกครั้ง ฝั่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์
ไท-ยวน โดยประกอบไปด้วยเรื่อนไทยหลายๆหลังแต่ละหลังอาจารย์บอกว่า
ต้องไปหาซื้อมาจากหลายๆที่ บ้างก็เอาส่วนที่ขาดไปของเรือนอื่นมาเสริม
ตัวเรือนจะล้อมลานกว้างที่ไว้จัดการแสดงไว้ 3 ด้าน อีกด้านก็เป็นบ่อน้ำ มีเรือนแพ
และเรือลำเล็กๆจอดอยู่หลายลำ พื้นบริเวณตัวเรือนจะอยู่สูงกว่า บริเวณลานกว้าง
เหมือนใช้เป็นจุดยืนชมการแสดงบริเวณลานได้โดยรอบ ระหว่างที่พวกเราสำรวจกันนั้น
อาจารย์ก็ได้ให้น้องๆที่มาเรียนรำ เรียนตีกลองมาแสดงให้พวกเราดู
และให้พวกเรามีส่วนร่วม ซึ่งประทับใจมากๆ :D
จะการที่ได้มาและจากอาจารย์จิ๋วเลคเชอร์ในเช้าวันนั้น จะเป็นประเด็นเกี่ยวกับ
การอนุรักษ์ทั้งวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และการใช้ชีวิต ซึ่งอาจารย์จิ๋วบอกว่า
จึงจำเป็นต้องมาที่นี่ โดยมีอาจารย์ทรงชัยพูดเสริมให้เรื่อยๆ ทั้งการเสริมธาตุ
ทั้ง 4 ให้ตัวเรา การมีลานเพื่อใช้ทำกิจกรรมต่างๆ การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ
อย่างลงตัว และจะสังเกตุได้ว่าในบ้านของอาจารย์นั้นจะมีการจัดของเก่าต่างๆไว้
และจัดองค์ประกอบในการวางของต่างๆไว้เป็นอย่างดี การรวมเอาคน สัตว์
และสิ่งของ ที่เป็นการทำให้ พื้นที่นั้นๆดูมีชีวิตชีวาก็เป็นสิ่งที่ควรทำ :D
เมื่อออกมาจากบ้านอาจารย์ทรงชัยพวกเราก็ไปตลาดน้ำบ้านต้นตาล
และชุมชนที่อยู่บริเวณแถวๆนั้นอาจารย์จิ๋วบอกว่าให้สังเกตดูดีๆ
จะมี space ที่เป็นโมเดิร์น แฝงอยู่เต็มไปหมด การเอาวัสดุที่หาได้ง่ายมาทำ
เป็นโครงสร้างต่างๆ
เราก็เดินสำรวจ เก็บภาพ และทักทายผู้คนบริเวณนั้น และก็จึงเดินทาง
กลับมาที่คณะในเวลาค่ำๆจากการที่เราได้มาทริปครั้งนี้ทำให้เป็น
การปรับตัวเข้าหาชุมชน หรือความเป็นพื้นถิ่นมากขึ้นก่อนที่จะเริ่มไป
ออกทริประยะยาวในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้านี้ เป็นการปรับตัว เปิดตา
ให้เห็นสถาปัตยกรรมในอีกมุมมองหนึงซึ่งเป็นมุมมองที่พอเพียง
และยั่งยืน เพื่อการนำไปใช้ปรับเปลี่ยน และเรียนรู้ได้มากขึ้นต่อๆไป...

Comment

Comment:

Tweet